ฟรี
  • ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอหล่มเก่า
    ต.หล่มเก่า อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ 67120

ประวัติสถานศึกษา


ความเป็นมา (สถานศึกษา)
 
      ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหล่มเก่า อดีตตั้งอยู่บริเวณข้างที่ว่าการอำเภอหล่มเก่า  ให้ชื่อว่าศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอหล่มเก่า สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏเดิมเป็นสถานีอนามัยเก่า ต่อมาประมาณ ปี 2521 ศูนย์การศึกษาประชาชนจังหวัดเพชรบูรณ์ในสมัยนั้นได้อนุญาตใช้อาคารดังกล่าวเป็นห้องสมุดประชาชนอำเภอหล่มเก่า ในปีพ.ศ. 2534 - 2544 ได้แต่งตั้ง นายวิวัฒน์  ด้วงทอง  เป็นผู้ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอหล่มเก่า ในปี 2537 อำเภอหล่มเก่าได้สร้างที่ว่าการอำเภอ  แห่งใหม่ได้ขยายพื้นที่ในการสร้างอำเภอ จึงได้รื้ออาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอหล่มเก่าข้างที่ว่าการอำเภอหล่มเก่าและในปี 2537 ขออนุญาตใช้ที่ดินบริเวณข้างสถานีตำรวจภูธรอำเภอหล่มเก่า เป็นสถานที่สร้างอาคารศูนย์ประสานงานการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอหล่มเก่าและห้องสมุดประชาชนอำเภอหล่มเก่า  
         ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ โดยกรมการศึกษานอกโรงเรียน ได้ประกาศจัดตั้งศูนย์บริการการศึกษา  นอกโรงเรียน พร้อมกันทั่วประเทศ จำนวน 789 แห่ง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2535 ประกอบกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการจัดการศึกษาในสถานศึกษา สังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน พ.ศ.2531 ข้อ 6 ในส่วนของอำเภอหล่มเก่า  มีชื่อว่า “ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอหล่มเก่า” เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2536 เป็นสถานศึกษาในสังกัดราชการการบริหารส่วนกลาง
        เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2566 รัฐบาลได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 และประกาศใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566  มีผลบังคับใช้หลังประกาศ 60 วัน และเปลี่ยนสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ( กศน.) เป็นกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ( สกร.) พ.ศ.2566 และศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหล่มเก่าเป็นศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอหล่มเก่า โดยที่การจัดการศึกษาครั้งนี้ เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้น 3 รูปแบบ คือ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ซึ่งการส่งเสริมการเรียนรู้ ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ มุ่งพัฒนาบุคคลให้มีทักษะการเรียนรู้  ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่สอดคล้องและเท่าทันพัฒนาการของโลก มีโอกาสพัฒนาหรือเพิ่มพูนทักษะของตนให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะของตนตามความถนัดหรือความจำเป็น ผ่านการมีส่วนร่วมของ 3 เสาหลัก ได้แก่ รัฐ เอกชน และท้องถิ่น